พืช ผัก ต่อต้านมะเร็ง ตอนที่ 1

 พืช ผัก ต่อต้านมะเร็ง

สำหรับใครที่ชีวิตประจำวันเป็นคนชอบผัก ชอบผัก ชอบผัก กินผัก กินผัก กินผัก อยู่แล้ว  ขอให้คุณมั่นใจว่าคุณจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพที่เริ๊ด เพราะการกินผักไม่เพียงช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย หรือได้รับวิตามินและสารอาหารต่างๆเท่านั้น แต่ในผักบางชนิดยังมีสารที่เรียกว่า  สารแอนติออกซิเดนท์ หรือสารต้านมะเร็ง โดยผักที่ช่วยต้านมะเร็งที่เราจะพูดถึงมีดังนี้

คะน้า

คะน้า ผักใบเขียวที่สามารถกินได้ทั้งใบ ก้าน และลำต้น สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย อาทิ ผัดน้ำมันหอย  เป็นผักที่ประกอบไปด้วยวิตามินเอสูง แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี และอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารยับยั้งการก่อมะเร็งได้
Continue reading

Posted in ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ | ไม่ให้ใส่ความเห็น

องค์กรมะเร็งเผยผลการศึกษาเครื่องดื่มร้อนเกิน 65 องศาเซลเซียสเสี่ยงมะเร็งเทียบเท่าสารตะกั่ว น้ำมันเบนซิน และไอเสีย

องค์กรมะเร็งเผยผลการศึกษาเครื่องดื่มร้อนเกิน 65 องศาเซลเซียสเสี่ยงมะเร็งเทียบเท่าสารตะกั่ว น้ำมันเบนซิน และไอเสีย

 

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์กรระหว่างประเทศด้านการศึกษาวิจัยเรื่องโรคมะเร็ง หรือไอเออาร์ซี เปิดเผยรายงานล่าสุดว่า เครื่องดื่มร้อนมากที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 65 องศาเซลเซียส อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งในมุนษย์ โดยเฉพาะที่หลอดอาหาร ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 8 จากทั่วโลก

รายงานระบุว่า โดยปกติแล้ว เครื่องดื่มร้อนที่เสิร์ฟในยุโรปและอเมริกาเหนือมีอุณหภูมิต่ำกว่าที่ระบุข้างต้น แต่เครื่องดื่มร้อนในอเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะชาร้อน มีอุณหภูมิสูงราว 60องศาเซลเซียส นอกจากนี้ไอเออาร์ซียังชี้ว่า กลุ่มผู้ดื่มเครื่องดื่มร้อนมากมีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง เทียบเท่ากับกลุ่มคนที่สัมผัสกับสารตะกั่ว น้ำมันเบนซิน และควันไอเสีย

ขณะที่สมาคมแผลไหม้แห่งประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า เครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 65 องศาเซลเซียส สามารถทำให้ลิ้นพองได้ และหากผิวโดนน้ำร้อนเป็นเวลานาน จะทำให้ผิวไหม้ในทันที

ขอบคุณข่าวจาก : โพสต์ทูเดย์

 

Posted in ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ | ไม่ให้ใส่ความเห็น

4 บำบัดสู้มะเร็ง

4 บำบัดสู้มะเร็ง

      เมื่อเราต้องป่วยเราถึงค่อยมาดูแลตนเอง นี่มักเป็นสิ่งที่หลายๆคนทำ แต่อันที่จริงแล้วเราสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องป่วย แล้วจะดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลมะเร็ง หรือหากคุณต้องเผชิญกับโรคมะเร็งแล้วจะต้องดูแลตัวเองอย่างไรวันนี้เรามีคำตอบ

การดูแลตัวเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร้งเต้านม หรือการป้องกันที่จะไม่ให้เป็นมะเร็งเต้านม

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งไม่ว่าจะเป็นมะเร็งชนิดไหน ในการรักษาทางแพทย์แผนจีนจะมีหลักการแนะนำการรักษา 4 อย่างได้แก่

1.ใจบำบัด

ผู้ป่วยต้องมีความมั่นใจว่าโรคที่ตนเองเป็น สามารถรักษาได้ ต้องไม่ท้อแท้ หดหู่  มัวแต่ปิดประตู เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่กิน ไม่พูดคุย คิดแต่อารมณ์เศร้า วิตกกังวล ซึ่งอาการข้างต้นอาจลุกลามให้กลายเป็นโรคอื่นๆตามมา ต้องมีความมั่นใจ กล้าที่จะออกไปเรียนรู้เกี่ยวกับตัวโรค กล้าที่จะยอมรับความจริง ว่าเราเป็นโรคนี้แล้วเราจะหาวิธีทางรักษาดูแลตัวเองอย่างไร ไม่ปิดกั้นตนเอง ไม่ปิดกั้นที่จะฟังความคิดเห็นของผู้คนที่เคยเป็น

2.เภสัชบำบัด

คือการเรียนรู้วิธีการรักษาตนเอง จะเลือกรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน หรือจะเลือกรักษาด้วยแพทย์แผนจีน  หรือจะเรียนรู้รักษาแบบผสมผสาน ต้องเรียนรู้ แต่ไม่ได้หมายความให้ไปซื้อยามั่วๆ การทานยาโดยไม่รู้ต้นตอสาเหตุที่แท้จริง อาจยิ่งทำให้เราสูญเสียโอกาสในการรักษา ฉะนั้นเภสัชบำบัดต้องเลือกให้ถูกต้อง

3.โภชนะบำบัด

คือ การให้ความใส่ใจกับเรื่องอาหารการกิน ไม่ว่าจะการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การเลือกร้านอาหารที่ถูกสุขลักษณะ การปรุงอาหารอย่างถูกหลักอนามัย  นอกจากการเลือกอาหารตามหลัก 5 หมูแล้ว ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมในการรับประทานอาหาร คือ ไม่ควรรับประทานอาหารที่ค้างคืน แกงกะทิค้างคืน ควรปรุงอาหารแต่พอทานในมื้อนั้น

โดยสามารถแบ่งรสชาติของอาหาร ออกเป็น 5 รส ได้แก่

เผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็ม  ขม  รสชาติอาหารสัมพันธ์กับอวัยวะ

รสเปรี้ยว     เข้าสู่      ตับ

รสหวาน   เข้าสู่   ม้าม

รสเค็ม  เข้าสู่  ไต

รสขม  เข้าสู่   หัวใจ

รสเผ็ด   เข้าสู่   ปอด

การรับประทานอาหารตามศาสตร์แพทย์แผนจีนไม่ต่างจากแพทย์แผนปัจจุบันเท่าไหร่นัก ศาสตร์จีนจะมีคำแนะนำว่า ทานอะไรก็ตามอย่าทานสุดขั้ว อย่าทานทุกวัน ควรรับประทานหมุนเวียนไปเรื่อยๆ หากทานหวานไป เค็มไป เปรี้ยวไป บ่อยครั้งเข้า รสชาติเหล่านี้ก็จะเข้าไปทำลายอวัยวะในร่างกายของเรา

4.กายบำบัด
ในขณะที่เราสนใจอาหารการกิน สนใจอารมณ์ อีกสิ่งที่จำเป็นคือ การสนใจที่จะออกกำลังกาย การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องเลือกประเภทที่มันโลดโผนหรือใช้แรงมากจนเกินไป ควรหาวิธีการออกกำลังกายให้เข้ากับร่างกายของเรา เช่น โยคะ การนั่งสมาธิ ปั่นจักรยาน เดินเร็ว ว่ายน้ำ

การออกกำลังกายสำคัญอย่างไร???

การออกกำลังกายเป็นการกระตุ้น การไหลเวียนของเลือด เป็นการสร้างออกซิเจนให้กับเลือด หากเม็ดเลือดของในร่างกายของเรามีออกซิเจนเพียงพอ ร่างกายของก็จะมีออกซิเจนเพียงพอ ส่งผลต่อภาวะด้านอารมณ์ ทำให้มีความสุข มีสภาวะความเป็นด่าง จนมะเร็งไม่กล้าเข้าใกล้

จะเห็นได้ว่า 4 บำบัดในทางแพทย์แผนจีน กับแพทย์แผนปัจจุบัน มีจุดประสงค์ไปในทิศทางเดียวกัน คือ ให้ประชาชนมีการดูแลตนเองในทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตประจำวันของเรา  ทั้งเรื่องจิตใจ ร่างกาย อาหาร และ ยา หากเราสามารถยึดตามหลัก 4 บำบัดข้างต้นนี้ได้ นอกจากจะทำให้เรามีสุขภาพกายที่แข็งแรงแล้ว ยังทำให้เราห่างไกลมะเร็ง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคตอีกด้วย

 

Posted in ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ, ยาจีนรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ | ไม่ให้ใส่ความเห็น

เคล็ด(ไม่)ลับต่อสู้มะเร็ง

เคล็ด(ไม่)ลับต่อสู้มะเร็ง

      แค่เอ่ยชื่อโรคมะเร็ง หลายคนก็หวาดกลัวกันแล้ว แล้วถ้าหากว่าจะต้องรู้ว่าคนที่เรารักหรือตัวเราต้องเป็นมะเร็งคงเกิดอาการกระวนกระวายใจอยู่ไม่น้อย แต่การกระวนกระวายใจ เครียด วิตกกังวล ไม่ได้ช่วยให้ตัวโรคนั้นหายไป ซ้ำยังทำให้ตัวโรคมะเร็งยิ่งเติบโตและร่างกายก็ทรุดโทรมลงด้วย วันนี้เรามีเคล็ดไม่ลับสำหรับผู้ป่วยมะเร็งมาแนะนำเพื่อไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันคะ
หลายคนคงเคยได้ยินถึงข้อมูลที่ว่า มะเร็งชอบความเป็นกรด ซึ่งอาหารที่มีสภาพความเป็นกรด ได้แก่

น้ำตาลทรายขาว


น้ำตาลทรายขาวมีสภาวะความเป็นกรด ซึ่งมะเร็งจะยิ่งมีการเจริญเติบโตขึ้นจากสภาพความเป็น กรด โดยมะเร็งจะใช้การย่อยสลายกลูโคสในการเจริญเติบโตของมะเร็ง ซึ่งน้ำตาลจะดูดซึมเข้าไปเลี้ยงเซลล์มะเร็งให้เจริญเติบโตได้ง่ายที่สุด แม้แต่น้ำตาลจากผลไม้หวานก็มีการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ลอส แองเจิลลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาว่าสามารถทำให้เซลล์มะเร็งโตได้เช่นกัน ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการเติมความหวานด้วยน้ำตาลทรายขาว แต่หันมาใช้น้ำตาลจากธรรมชาติแทน เช่น น้ำผึ้ง และใช้ในปริมาณที่น้อย

นม


ควรเปลี่ยนจากการดื่มนมวัว นมจากสัตว์มาเป็นนมที่มาจากพืช เช่น นมถั่วเหลือง หรือน้ำเต้าหู้แทน เพราะในถั่วเหลืองมีโปรตีนจากพืชที่มีคุณภาพดี ประกอบด้วยสารอาหารหลายชนิด อาทิ แคลเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เซเลเนียม วิตามิน A,E,B1,B2 กรดอมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย 18 ชนิดและธาตุเหล็กที่มีมากกว่านมถึง 1.6 เท่า แต่การดื่มนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ก็ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะเช่นกัน มีผลวิจัยพบว่า การดื่มน้ำเต้าหู้ที่มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยในถั่วเหลืองจะมีสารที่เรียกว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งสารดังกล่าวจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อจะทำให้เป็นหมัน รวมทั้งสามารถทำให้เกิดความผิดปกติที่เต้านมได้อีกด้วย
สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ที่ตรวจความอ่อนไหวต่อฮอร์โมน (ER, PR) แล้วเป็นบวก ซึ่งหมายถึง ฮอร์โมนมีส่วนกระตุ้นมะเร็งเต้านม เนื่องจากถั่วเหลืองมีงานวิจัยพบว่ามีฤทธิ์คล้ายคลึงฮอร์โมนเพศหญิง ดังนั้นควรรับประทานถั่วเหลืองในปริมาณที่เหมาะสม โดยสามารถรับประทานนมถั่วเหลือง (น้ำเต้าหู้) ได้วันละ 1 แก้ว
ผักและผลไม้


ผักและผลไม้มีสภาวะความเป็นด่าง ควรรับประทานผักและผลไม้ในแต่ละมื้อประมาณ 80% ของปริมาณอาหารทั้งหมด โดยเฉพาะผักใบเขียวและผักในตระกูลกระหล่ำทั้งหลาย เพราะสารสีเขียวในผักอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ มีสารสำคัญหลายชนิด เช่น suiforaphane และสาร isothiocyanate ซึ่งช่วยขับพิษสารเคมี สาร indole สามารถจับสารก่อมะเร็ง ขับสารเคมีและรักษาสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจน สาร giucosinolate ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันและยับยั้งการเจริญของเนื้องอก ทั้งนี้สามารถนำผักหรือผลไม้มาปั่นหรือคั้นเอาแต่น้ำเพื่อดื่มก็ได้ น้ำผักและน้ำผลไม้จะให้เอนไซม์ที่ง่ายต่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
ก่อนการรับประทานผักและผลไม้ควรล้างทำความสะอาดให้สะอาด หรือล้างด้วยด่างทับทิม เกลือ เพื่อชะล้างสารกำจัดศัตรูพืชที่อาจมีการตกค้างให้หมดไป
ดื่มชาเขียว


ชาเขียวมีสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่หลายชนิด แต่วันนี้เราจะพูดถึงสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ที่เรียกว่า แคททีชิน (catechins) แคททีชินที่พบมากที่สุดในชาเขียวคือ สารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (epigallocatechin gallate) ซึ่งมีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีงานวิจัยชี้ว่า สารต่างๆในชาเขียวสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้
น้ำสะอาด
การดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดผ่านการกรองส่งผลดีต่อร่างกายของผู้ป่วย เพราะน้ำมีส่วนช่วยในการลำเลียงสารอาหาร กำจัดสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และช่วยให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างเป็นปกติ
ผลการวิจัยของแพทย์ชาวญี่ปุ่น Yoshitaka Ohno ได้กล่าวว่า น้ำที่มีคุณภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาโรคมะเร็ง ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเต้นชีพจรแห่งเมืองหนานจิงได้กล่าวเตือนอีกว่า หากเราปรารถนาที่จะให้น้ำเป็นตัวป้องกันและรักษามะเร็ง เราจำเป็นต้องให้ร่างกายได้รับน้ำที่มีคุณภาพเพียงพอ เพื่อขับสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย และยังสามารถรักษาสมดุลความเป็นด่างของร่างกายได้อีกด้วย
เลี่ยงเนื้อสัตว์ย่อยยาก
เนื้อสัตว์เป็นอาหารที่ย่อยยาก เนื้อสัตว์ต้องการเอนไซม์ในการย่อยเป็นจำนวนมาก เมื่อเอนไซม์ในการย่อยไม่เพียงพอ ทำให้เนื้อสัตว์ไม่สามารถย่อยได้หมด ส่งผลให้เกิดการตกค้างในลำไส้ และกลายเป็นสารพิษตกค้างในร่างกาย โดยควรบริโภคเนื้อสัตว์ที่ย่อยยากให้น้อยลง เพราะเซลล์มะเร็งมีโปรตีนที่ยากแก่การทำลายเป็นเกราะคอยป้องกัน การบริโภคเนื้อสัตว์น้อยลงจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น
ควบคุมอารมณ์และมองโลกในแง่บวก
ความเครียด ความโกรธ ความกังวล ความเศร้า อารมณ์ทั้งหลายนี้จะส่งผลให้ร่างกายมีสภาพความเป็นกรด ความเป็นกรดคือสิ่งที่มะเร็งชอบ ดังนั้นเราควรทำใจใหสบาย ไม่เครียด ไม่กังวล หาแนวทางที่จะช่วยให้เราคลายความกังวล เช่น การสวดมนต์ การเล่นโยคะ การนั่งสมาธิ การอ่านหนังสือ หรือการดูหนังตลก เพื่อทำให้เรารู้สึกสนุก ร่างกายของเราก็จะเกิดความผ่อนคลายและอยู่ในสภาวะสมดุล

การออกกำลังกาย

     การออกกำลังกายเป็นการเพิ่มออกซิเจนเข้าไปในร่างกาย เซลล์มะเร็งจะไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีออกซิเจน การหายใจเข้าลึกๆ-หายใจออกช้าๆ เป็นอีกวิธีที่จะช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนในเซลล์ และมีส่วนเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งได้ดี

  มะเร็ง ไม่ได้น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือใจของเรามากกว่า เพราะหากเราไม่ยอมแพ้ต่อมะเร็ง ยิ้มสู้และยอมรับ พร้อมจะเรียนรู้และสู้กับมัน เชื่อว่ามะเร็งก็จะสามารถหายไปจากชีวิตของเราได้

 

Posted in ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ, วีธีการรักษาและดูแล, อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ | ไม่ให้ใส่ความเห็น

นับถอยหลังกับการมีสุขภาพดี ฟิต&เฟิร์ม กับกิจกรรม “โยคะ บำบัดโรค ฟื้นฟูจิต ”

เทคนิคโยคะแบบง่ายๆ ที่ใช้ได้จริงกับชีวิตประจำวัน

โยคะแล้วสวย โยคะแล้วแข็งแรง โยคะแล้วปลอดโรคทำอย่างไร?

     มาว้าว ! กับกิจกรรม 1 ชม. “โยคะบำบัดโรค ฟื้นฟูจิต” ด้วยเทคยนิคง่ายๆได้เหงื่อ กับครูหมู กุลธิดา แซ่ตั้ง ครูสอนโยคะที่เข้าใจในศาสตร์แห่งโยคะ

สร้างอารมณ์และความคิดในเชิงบวก ฟื้นฟูจิต กระชับหัวใจให้เข้มแข็ง พร้อมกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

พบกัน วันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2559
ลงทะเบียน เวลา 13.00 น.
ณ ห้องประชุมชั้น 9 อาคารอโศกทาวเวอร์ ถ.สุขุมวิท 21 (ตรงข้าม ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร)

สำรองที่นั่งล่วงหน้า TEL.087-670-3254 รับจำนวนจำกัด
จัดโดย ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง และ บริษัท เฟยดา จำกัด

Posted in ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ | ไม่ให้ใส่ความเห็น