การแพทย์ผสมผสาน สู่ประสบการณ์พิชิตมะเร็ง

การแพทย์ผสมผสาน สู่ประสบการณ์พิชิตมะเร็ง

 

หนังสือเคล็ดลับรักษามะเร็งของคุณหมอสี่ว์ต๋าฟู

     มะเร็งใครก็เป็นได้ ไม่เลือกอาชีพ ฐานะทางสังคม อายุ ผมเป็นแพทย์ ตลอดหลายปีในการทำงานผมได้เห็นแพทย์ป่วยเป็นมะเร็งไม่ต่ำกว่า 100 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่รอดไม่ถึง 5 ปี โดยคนที่อยู่รอดได้ก็ต้องเจ็บปวดมากกับการรักษา เมื่อในที่สุดมะเร็งได้เกิดกับผม ก่อนอื่นผมได้พิจารณาตัวเองและยอมรับมันให้ได้ วิเคราะห์สาเหตุการเกิดโรค รีบพิจารณาวิธีแห่งการอยู่รอด พบว่า ต้องใช้การแพทย์แบบผสมผสาน ยาจีนเป็นการแพทย์ทางหนึ่งที่ผมเลือก และนี่คือประสบการณ์พิชิตมะเร็งด้วยยาจีนของผม

ปิดประตูใจเพราะกลัว “ยาปลอม”

ความอุดมสมบูรณ์ของทั้งเขา ป่า แม่น้ำ ทำให้ประเทศจีนเป็นต้นกำเนิดวัตถุดิบและสมุนไพรชั้นยอด แต่ด้วยสมุนไพรที่มีหลากหลายในท้องตลาด ช่วงแรกผมรู้สึกไม่มั่นใจว่า อันไหนคือสิ่งที่เชื่อถือได้ อันไหนคือของจริง ตอนแรกที่ได้รู้จักกับยาจีนชื่อน้ำเทียนเซียน ผมไม่มั่นในว่า นี่คือยาปลอมหรือเปล่า จนวันหนึ่งได้มีโอกาสรู้จักกับผู้คิดค้นยา ศาสตราจารย์ หวังเจิ้นกั๋ว เขาได้อธิบายถึงหลักฐาน กระบวนการของยาน้ำเทียนเซียนที่ได้รับการรับรองมาจากหลากหลายสถาบัน ผมจึงค่อยเริ่มเปิดใจ

เปิดใจกับยาจีน

การศึกษาค้นคว้าด้านสมุนไพรมาตั้งแต่เด็กของ ศาสตราจารย์ หวังเจิ้นกั๋ว ทำให้เขามีความรู้และประสบการณ์ในเรื่องสมุนไพรจีนมากมาย โดยเขามีความสนใจในสมุนไพรเพื่อรักษาและต้านโรคมะเร็งเป็นพิเศษ จนเขาได้รับการยกย่องจากหลายสถาบันทั้ง นักวิชาการ สมาคมการควบคุมโรคมะเร็งของสหรัฐอเมริกา หลักฐานดังกล่าวนี้เอง เป็นเครื่องยืนยันให้ผมมั่นใจและเปิดใจยอมรับการรักษาด้วยสมุนไพรจีน

ชนิดของเซลล์มะเร็ง

มีงานวิจัยของ นพ.ล่ายจี๋หมิง ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องสมัยเรียน เขาศึกษาเกี่ยวกับเซลล์มะเร็ง พบว่า มะเร็งมีเซลล์ 2 ชนิด ชนิดหนึ่ง คือ เซลล์มะเร็ง อีกชนิดหนึ่ง คือ สเต็มเซลล์ (เซลล์ต้นกำเนิด) ของมะเร็ง การรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน โดยทั่วไปจะใช้ยาเคมีบำบัดซึ่งทำให้เนื้องอกเล็กลง แต่เคมีบำบัดไม่ได้ช่วยยับยั้งการเกิดใหม่ของเซลล์มะเร็ง เพราะสเต็มเซลล์ของมะเร็งยังไม่ตาย มะเร็งจึงกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างรวดเร็ว นพ. ล่ายจี๋หมิง ได้นำยาสมุนไพรจีนมาทดลองพบว่า ยาน้ำเทียนเซียนช่วยทำให้สเต็มเซลล์ทำลายตัวเอง เขาจึงเสนอว่า การใช้เคมีบำบัดร่วมกับยาสมุนไพรจีนนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

แพทย์แผนปัจจุบันพบทางตัน

     การรักษาโรคมะเร็งของแพทย์แผนปัจจุบัน คือ การผ่าตัด ฉายแสง และเคมีบำบัด เป้าหมายคือ การทำลายล้าง การทำลายล้างในทีนี้ ไม่เพียงแต่ทำลายเซลล์มะเร็งเท่านั้น แต่ยังทำลายเซลล์ปกติที่มีอยู่ในร่างกายของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการข้างเคียงอย่างรุนแรง ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและสภาพจิตใจ ผู้ป่วยจำนวนมากหมดเรี่ยวหมดแรงและสูญเสียกำลังใจในการรักษาตัว การรักษาของแพทย์แผนปัจจุบันมาถึงทางตันแล้ว  การแพทย์แบบผสมผสานจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาผลข้างเคียง

การแพทย์แบบผสมผสานสู้มะเร็ง

การแพทย์แบบผสมผสานได้รับความสนใจจากนักวิชาการและวงการแพทย์อย่างกว้างขวาง ที่จีนแผ่นดินใหญ่แพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนจีนร่วมมือกัน ในญี่ปุ่นและเยอรมันก็ให้ความสำคัญกับธรรมชาติบำบัด แต่ในไต้หวัน แพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนจีนไม่ค่อยร่วมมือกันมากนัก จนในปี ค.ศ.2008 ผมยินดีมากที่ได้ยินว่า โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยไต้หวัน ได้ก่อตั้งศูนย์การแพทย์แบบผสมผสานขึ้น เชื่อว่าจะทำให้การแพทย์ของไต้หวันก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

การรักษามะเร็งในแนวทางการแพทย์แบบผสมผสานที่น่าสนใจ คือ การใช้ยาสมุนไพรจีนเข้ามาช่วยควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งผมได้พบปะผู้ป่วยมากมายที่ประสบความสำเร็จ

ศาสตราจารย์ท่านหนึ่ง เขาเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบีและเป็นมะเร็งตับ เขาเข้ารับการผ่าตัดครั้งแรก หมอผ่าตัดมะเร็งตับออก แต่ภายหลังหมอพบว่าเขาเป็นมะเร็งที่ท่อน้ำดีไม่สามารถผ่าตัดได้ เขาถามคุณหมออย่างมีความหวังว่า เขาสามารถทำเคมีบำบัดได้ไหม ? แต่คำตอบที่คุณหมอมีให้เขาคือ “คุณทำไปก็ไร้ประโยชน์” เขาถามคุณหมอต่อ แล้วถ้าผมทำเคมีบำบัดไม่ได้ ผมจะทำอย่างไร “คุณมีชีวิตอยู่ได้อีกครึ่งปี” นี่คือคำตอบจากคุณหมอ ผู้ป่วยท่านนี้ยังไม่ท้อ รีบหาข้อมูล จนได้รู้จักกับการแพทย์แบบผสานผสาน รักษา 2 ทางทั้งทางแพทย์แผนปัจจุบันและการกินยาสมุนไพรจีน เวลาผ่านไปครึ่งปี เขากลับมาพร้อมกับสุขภาพที่แข็งแรง เนื้องอกที่เคยมีกลับหายไป จนคุณหมอหลายท่านทึ่งและรู้สึกเหลือเชื่อ

อีกกรณีเป็นผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นรายหนึ่ง เขาป่วยเป็นมะเร็งปอด เนื่องจากก้อนมะเร็งอยู่ใกล้กับหลอดเลือดแดงไม่สามารถรับการผ่าตัดได้ เขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รักษาตัวด้วยวิธีการแพทย์แบบผสมผสาน เข้ารับเคมีบำบัดควบคู่กับการกินยาสมุนไพรจีน ปัจจุบันก้อนเนื้อก็หายไป

นักแสดงชื่อดังชาวญี่ปุ่น เธอเป็นโรคมะเร็งเต้านม เธอเข้ารับการรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันสักระยะ ทั้งการเคมีบำบัด ฉายแสง อาการไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น เธอจึงตัดสินใจหันมารักษากับการแพทย์แบบผสมผสาน รับการเคมีบำบัดและทานยาสมุนไพรจีนอย่างต่อเนื่อง 2 ปี ปัจจุบันเธอหายป่วยแล้ว และยังคงปรากฏตัวอยู่ในจอแก้วให้ได้เห็นในฐานะทูตต้านมะเร็ง

แพทย์แบบผสมผสานจากประสบการณ์จริง

สี่ว์ต๋าฟู ประสาทศัลยแพทย์ 

       เมื่อ10 ปีก่อน ผมป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ระยะที่ 3 ตอนนั้นญาติๆ ต่างพากันกังวลและเป็นห่วง เพราะผมปฏิเสธการผ่าตัด ทำเคมีบำบัดเพียงครั้งเดียวผมก็รู้สึกร่างกายไม่สามารถทนต่อไปได้ ผมไม่ได้ท้อถอย แต่กลับมีความหวังเสมอว่าผมต้องหาย ผมศึกษาข้อมูลจนเลือกวิธีการรักษาแบบผสมผสานของตัวเอง หนึ่งในนั้นที่ผมเลือกใช้ คือ ยาน้ำเทียนเซียน นอกจากนี้ ผมดูแลตัวอย่างเคร่งครัด หันมาออกกำลังกาย นอนเร็วตื่นเร็วเพื่อที่ร่างกายจะได้สดชื่น กินอาหารที่มีประโยชน์  ลดหรือเลี่ยงความเครียด ใช้ประโยคที่ว่า “ชีวิตมีค่ามาก ต้องอยู่ให้รอด” มาผลักดันให้ตนเองมีวินัยและสู้กับมะเร็ง

การรักษาให้โรคมะเร็งหายขาด คงไม่สามารถพึ่งแต่การรักษาในโรงพยาบาลได้เพียงอย่างเดียว หรือใช้ยาเพียงอย่างเดียว เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่ดี ในไม่ช้าเราจะสลัดโรคมะเร็งออกไปจากชีวิตได้ในที่สุด

ที่มา : หนังสือ “ขอบคุณที่ผมยังไม่ตาย”

เขียนโดย สี่ว์ต๋าฟู ประสาทศัลยแพทย์ ผู้เคยป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ระยะ 3 ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นแพทย์ผู้ถ่ายทอดแนวความคิดการรักษามะเร็งแบบผสมผสาน รักษาผู้ป่วยด้วยธรรมชาติบำบัดมาแล้วกว่าหมื่นราย

This entry was posted in ยาจีนรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่, รู้จักมะเร็งลำไส้ใหญ่, วีธีการรักษาและดูแล. Bookmark the permalink.

Comments are closed.