ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งลำไส้

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งลำไส้

ปัจจัยเสี่ยง คือ สิ่งที่สามารถเพิ่มโอกาสการเกิดโรคในบุคคลนั้น หรือสิ่งที่เพิ่มโอกาสในการพัฒนาไปของโรค  อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจัยเสี่ยงมีอิทธิพลต่อโรค แต่ว่าไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็ง เพียงแต่เมื่อทราบปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา ก็สามารถช่วยเรื่องการดำเนินชีวิตและทางเลือกในการรักษาได้

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้

เพศและเชื้อชาติ บางเชื้อชาติจะมีอุบัติการณ์ของมะเร็งลำไส้ใหญ่สูง เช่น แอฟริกา อเมริกา ในชาวอเมริกันนั้นผู้ชายจะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่าผู้หญิง คนผิวดำจะมีความเสี่ยงมากกว่าคนผิวขาว  แต่คนผิวดำในทวีปแอฟริกากลับมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ต่ำมาก  ดังนั้นความเสี่ยงเชิงเผ่าพันธุ์ อาจขึ้นกับว่าอยู่ในประเทศอุตสาหกรรมหรือไม่

อายุ  อายุในเด็กหรือวัยรุ่นก็สามารถเกิดได้ แต่อุบัติการณ์จะเพิ่มเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะจะเพิ่มมากเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี โดยพบว่ามากกว่า 90% ของมะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดกับคนที่อายุเกิน 50 ปี

อาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่มีความสัมพันธ์กับอาหาร พบว่าอาหารประเภทเนื้อที่มีสีออกแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ตับ และอาหารสำเร็จรูป เช่น ฮอตดอก เบคอน เนื้อย่างจะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่สำคัญอาหารที่อุดมด้วยไขมัน และแคลอรีสูง มีเส้นใยอาหารต่ำ อาหารปนเปื้อนสารพิษ  หรือการสะสมแบคทีเรียในลำไส้ มีบทบาททำให้เกิดมะเร็งชนิดนี้ โดยเฉพาะที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ซึ่งเป็นบริเวณที่สัมผัสกับกากอาหารที่มีสารก่อมะเร็งเป็นเวลานาน ส่วนผัก ผลไม้ ธัญพืช จะช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

มีประวัติติ่งเนื้อชนิดโพลิปที่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เนื้องอกที่ร้ายแรง เป็นธรรมดาของคนอายุมากกว่า 50 ปี ที่อาจมีได้ แต่มีติ่งเนื้อบางชนิดที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่สูง บางครั้งมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ที่เรียกว่า การเป็นเนื้องอกลำไส้ใหญ่กันทั้งตระกูล (Familial Polyposis) จะพบมีเนื้องอกจำนวนมากเกิดขึ้นที่ผนังลำไส้ และเกือบทั้งหมดของเนื้องอกชนิดนี้ จะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ต่อไป

มีประวัติเป็นโรคลำไส้บางชนิด ได้แก่ โรคแผลอักเสบของลำไส้เรื้อรัง (Chronic ulcerative colitis) นาน 10 ปี หรือมากกว่า จะมีโอกาสเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 5-10 เท่า

กรรมพันธุ์ ยีน มีประวัติคนในครอบครัวที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น ถ้ามีพี่น้องเป็นมะเร็งลำไส้ตรงคนหนึ่งแล้ว  คนที่เหลือก็จะมีโอกาสเป็นมะเร็งแบบเดียวกันได้ราว  10-15% ซึ่งการทำกิจกรรมที่ใช้กำลังกายปานกลางจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่น้อยลง ดังนั้นผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่จะต้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ก่อนอายุ 50 ปี

การสูบบุหรี่  จากการศึกษาพบว่าการสูบบุหรี่มากและนานกว่า 35 ปี จะเพิ่มอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และเป็นโดยไม่ทราบสาเหตุ

การดื่มสุราหรือเบียร์ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

ประวัติการเป็นมะเร็ง  ผู้หญิงที่มีประวัติการเป็นมะเร็งรังไข่  มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมากขึ้น

การรักษามะเร็งบางชนิด ผู้ที่รักษามะเร็งอัณฑะและมะเร็งต่อมลูกหมาก จะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ดังนั้นแนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ก่อนอายุ 50 ปี

การทำงานเป็นกะ จากการศึกษาพบว่าผู้ที่ทำงานเป็นกะ มากกว่า 3 คืนต่อเดือนอย่างน้อย 15 ปีจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้หญิง เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับ melatonin

โรคทางพันธุกรรม โรคทางพันธุกรรมที่จะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น

  • familial adenomatous polyposis (FAP) และ
  • hereditary non-polyposis colorectal cancer (HNPCC).
  • Turcot syndrome:
  • Peutz-Jeghers syndrome
  • MUTYH-associated polyposi

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่สูง ซึ่งอาจจะทั้งสองโรคมีปัจจัยร่วมคือน้ำหนักเกิน

 

This entry was posted in รู้จักมะเร็งลำไส้ใหญ่. Bookmark the permalink.

Comments are closed.